June 16th, 2010 by thaifood
กะเพรา
ใช้ปรุงอาหารประเภทแกงป่า แกงแค ผัดเผ็ดเนื้อชนิดต่างๆ ผัดกระเพรา ช่วยดับกลิ่นคาวเนื้อ ปลา โดยใส่ใบสดลงในอาหารหลังจากสุกพร้อมที่ยะยกลงจากเตา
ประโยชน์ของกะเพรา
- ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ คลื่นไส้ อาเจียน
- ลดระดับน้ำตาลในเลือด
- ต้านความเครียด และการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร

Posted in สมุนไพรไทย | Comments Off
June 16th, 2010 by thaifood
กระเทียม
กระเทียมเป็นส่วนประกอบสำคัญในอาหารไทย ผัดผักทุกจานต้องทุบกระเทียมลงไปเจียวให้หอมก่อนใส่เนื้อสัตว์และผัก กระเทียมเป็นส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้ในน้ำพริกแกง น้ำพริกทุกชนิด อาหารจานยำก็ต้องใช้กระเทียมเป็นส่วนประกอบสำคัญเช่นกัน หรือนำหัวกระเทียมมาดอง ต้นกระเทียมก็สามารถนำมาผัดและต้ม และใช้กระเทียมเจียวโรยหน้าเพื่อแต่งกลิ่นอาหาร
ประโยชน์ของกระเทียม
- ช่วยขับลม แก้จุกเสียด ท้องอืด ท้องเฟ้อ ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร
- ลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ลดความดันโลหิต ลดสารไฟบริโนเจน
- อาจช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดอุดตันและกล้ามเนื้อหัวใจตาย
- ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ยีสต์ ไวรัส

Posted in สมุนไพรไทย | Comments Off
June 16th, 2010 by admin
กระชาย
เหง้ากระชายใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องแกงบางอย่าง ส่วนใหญ่เป็นแกงที่ใช้ปลา เช่นน้ำยาปลา แกงส้ม เนื่องจากกลิ่นรสที่เผ็ดร้อนและขมของกระชายจะช่วยดับกลิ่นคาวปลาได้ดี จึงนิยมใส่ในอาหารที่มีปลาเป็นส่วนประกอบหลัก เช่นผัดเผ็ดปลาดุก แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย เป็นต้น
ประโยชน์
- ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ
- แก้ใช้ ลดการอักเสบ
- ต้านเชื้อรา แบคทีเรีย
- สาร Cardamonin ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกมะเร็ง

Posted in สมุนไพรไทย | Comments Off
June 16th, 2010 by admin
สมุนไพรและเครื่องเทศในอาหารไทย
อาหารไทย ถือว่าเป็นอาหารที่มีพืชสมุนไพรเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ซึ่งหมายถึงพืชผักต่างๆ รวมทั้งเครื่องปรุง เครื่องเทศ ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของอาหารไทย การใช้เครื่องเทศนอกจากใช้ในการแต่งกลิ่น รส และเพิ่มสีสันของอาหารแล้ว ยังใช้ดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ นอกจากนั้นเครื่องเทศที่ใช้ในอาหารไทยส่วนใหญ่ ยังมีสรรพคุณในทางยาที่ทำให้ถือว่าอาหารไทยนั้นเป็นอาหารที่เหมาะสมในการส่งเสริมสุขภาพ
* ที่มา : ผศ.ดร.สมศรี เจริญเกียรติกุล คุณค่าอาหารไทยเพื่อสุขภาพ 2545
Posted in สมุนไพรไทย | Comments Off
June 16th, 2010 by admin
อาหารไทยภาคอีสาน
เป็นดินแดนที่ค่อนข้างแห้งแล้ง ทำให้อาหารพื้นเมืองจึงเป็นอาหารพวกแมลงหลายชนิด ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนที่หล่อเลี้ยงชีวิตประชากรในภาคนี้
อาหารอีสานส่วนใหญ่จะมีข้าวเหนียวเป็นอาหารหลัก ส่วนพืชผัก และเนื้อสัตว์ที่นำมาใช้ประกอบอาหารได้มาจากภายในท้องถิ่นเป็นส่วนใหญ่
อาหารอีสานมักใช้ปลาร้าเป็นเครื่องปรุงรสในอาหารเกือบทุกชนิด แต่ไม่นิยมใส่ในอาหารประเภทผัด และมักรับประทานคู่กับผักสด

Posted in อาหารไทย4ภาค, อาหารไทยภาคอีสาน | Comments Off
June 16th, 2010 by admin
อาหารไทยภาคเหนือ
เป็นดินแดนที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาแต่อดีต มีขนบธรรมเนียม ประเพณีที่แตกต่างไปจากภาคอื่นๆ
การรับประทานอาหารของทางภาคเหนือจะใช้โก๊ะข้าว หรือที่เรียกว่า ขันโตก แทน โต๊ะอาหาร โดยจะนั่งล้อมวงเพื่อรับประทานอาหารร่วมกัน
คน ภาคเหนือจะรับประทานข้าวเหนียวเป็นอาหารหลัก โดยอาหารของทางภาคเหนือจะเป็นอาหารที่สุกมากๆ และเป็นอาหารประเภทที่ผัดกับน้ำมันเป็นส่วนใหญ่

Posted in อาหารไทย4ภาค, อาหารไทยภาคเหนือ | Comments Off
June 16th, 2010 by admin
อาหารไทยภาคใต้
พื้นที่ติดชายฝั่งทะเล ลักษณะภูมิประเทศเป็นแหลมยื่นลงไปในทะเล ประชากรส่วนใหญ่จึงนิยมทำประมง
ด้วย เหตุนี้อาหารหลักของภาคใต้จึงเป็นอาหารทะเลสด และนิยมใช้เครื่องเทศในการปรุงอาหาร รสชาติจะเผ็ดร้อน เค็มและเปรี้ยว เช่น แกงไตปลา แกงส้ม และแกงเหลือง เป็นต้น
อาหารภาคใต้นิยมทานควบคู่กับผักเพื่อช่วยลดความเผ็ดร้อนลง ซึ่งเรียกว่า ผักเหนาะ เช่น มะเขือเปราะ ถั่วฝักยาว ถั่วพู สะตอเป็นต้น

Posted in อาหารไทย4ภาค, อาหารไทยภาคใต้ | Comments Off
June 16th, 2010 by admin
อารหารไทยภาคกลาง
พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำหลายสายไหลผ่าน ข้าวปลาอาหารจึงอุดมสมบูรณ์เกือบตลอดทั้งปี รวมทั้งมีพืชผัก ผลไม้นานาชนิด
ด้วย เหตุนี้อาหารภาคกลางจึงเป็นอาหารที่มีความหลากหลาย ทำให้รสชาติของอาหารภาคกลางไม่เน้นไปทางรสใดรสหนึ่งโดยเฉพาะ คือมีทั้งรสเค็ม เผ็ด เปรี้ยว และหวานคลุกเคล้าไปตามชนิดต่างๆของอาหาร นอกจากนี้มักมีการใช้เครื่องปรุงแต่งกลิ่นรส เช่น เครื่องเทศ และมักใช้กะทิเป็นส่วนประกอบของอาหาร
อาหารภาคกลาง เป็นอาหารที่มักจะมีเครื่องเคียงของแนมร่วมรับประทานด้วย เช่น น้ำพริกลงเรือ แนมด้วยหมูหวาน น้ำปลาหวานทานกับสะเดา เป็นต้น
จุด เด่นคือ อาหารภาคกลางมักจะมีการประดิษฐ์ สร้างสรรค์อย่างวิจิตรบรรจง ผัก และผลไม้มีการแกะสลักอย่างสวยงาม แสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทยที่มีศิลปะและวัฒนธรรมที่งดงาม

Posted in อารหารไทยภาคกลาง, อาหารไทย4ภาค | Comments Off
April 27th, 2010 by admin

ของว่างแสนอร่อย เด็กทานได้ ผู้ใหญ่ทานดี หรือทำขายเป็นอาชีพเสริมไปเลยก็ได้ มีทั้งสูตรเจและไม่เจ วันนี้ขอนำเสนอแบบไม่เจก็แล้วกันค่ะ ถ้าอยากทำแบบเจ ก็ไม่ต้องใส่เนื้อสัตว์นะคะ
เครื่องปรุง
- แผ่นก๋วยเตี๋ยว 1 ห่อ
- เนื้อหมูสับละเอียด 1 ถ้วย
- หน่อไม้ต้มหั่นสี่เหลี่ยมเล็กๆ 1 ถ้วย
- เต้าหู้แข็งหั่นสี่เหลี่ยมเล็กๆ 1 ถ้วย
- กุ้งแห้งฝอย 1/2 ถ้วย
- ตั้งฉ่าย 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียม 10 กลีบ
- รากผักชี 3 ราก
- พริกไทยเม็ด 7 เม็ด
- ผักชี
- เกลือป่น น้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว
- น้ำมันสำหรับผัดไส้
- กระเทียมเจียว
- น้ำจิ้มซีอิ๊วดำ
สูตรน้ำจิ้มซีอิ๊วดำ
น้ำตาล(1 ช้อนโต๊ะ), ซีอิ๊วดำหวาน (1 ช้อนโต๊ะ), ซีอิ๊วขาว (1 ช้อนโต๊ะ) และน้ำส้มสายชู(3 ช้อนโต๊ะ) ผสมเข้าด้วยกันและนำไปตั้งไฟอ่อนๆให้น้ำตาลละลาย จากนั้นใส่พริกชี้ฟ้าโขลกละเอียด(5 เม็ด) คนให้เข้ากัน
วิธีทำ
- โขลกรากผักชี กระเทียมและพริกไทย ให้ละเอียด ล้างตั้งฉ่ายให้สะอาด
- นำหมูสับ กุ้งแห้ง ตั้งฉ่าย ผสมกัน เหยาะซีอิ๊วขาวและเกลือป่นเล็กน้อย หมักไว้สักครู่
- นำก๋วยเตี๋ยวไปนึ่งในรังถึงเดือดๆสักครู่ ยกขึ้นพักไว้
- กระทะตั้งน้ำมันเล็กน้อย เอารากผักชีกระเทียมพริกไทยที่โขลกไว้ ลงไปผัดให้หอม ใส่หมูสับ หน่อไม้ เต้าหู้แข็ง ผัดให้สุก ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย เกลือ ชิมให้รสจัดเล็กน้อย ผัดให้แห้ง แล้วตักขึ้น
- คลี่แผ่นก๋วยเตี๋ยวที่นึ่งไว้ ถ้าแผ่นใหญ่มากให้ตัดครึ่ง นำไส้ที่ผัดไว้ใส่ลงไป โรยหน้าด้วยใบผักชีเล็กน้อย ห่อก๋วยเตี๋ยวให้เป็นม้วน พับเก็บริมให้เรียบร้อย ทาน้ำมันเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ก๋วยเตี๋ยวหลอดติดกัน เรียงๆพักไว้
- ก่อนรับประทานเอาไปนึ่งอีกครั้งให้พอร้อนๆ จัดใส่จานโรยด้วยกระเทียมเจียว กินกับน้ำจิ้มซีอิ๊วดำ
Posted in เมนูแนะนำ | No Comments »